Botox

สิ่งที่ทำให้ "โบท็อกซ์" โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ ประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัว โบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ บริเวณใบหน้าในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเฉพาะที่ จึงลดเลือนริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ให้หายไป แต่ยังคง พูดคุย ยิ้มแย้ม แสดงสีหน้าได้ตามปกติ นอกจากนี้กระแสนิยมในปัจจุบันที่ชื่นชมรูปทรงของใบหน้ารูปไข่หรือโครงหน้าเล็กคล้ายลักษณะตัวอักษร V ในภาษาอังกฤษ ส่งผลให้แนวโน้มในการใช้สารโบท็อกซ์ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าและคอ ให้ใบหน้าดูเรียวมนรูปไข่ หรือ วี-เชฟ ลิฟท์ เพื่อยกกระชับใบหน้าและคอ แก้ไขความหย่อนคล้อยลดมุมปากตก ผู้คนจำนวนมากพึงพอใจผล และมาฉีดซ้ำทุก ๆ

 3-6 เดือน  จึงช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

Botox เหมาะกับใครบ้าง

  1. ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง

    • ลดขนาดกรามให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น

    • ลดขนาดน่องให้ขาเรียวยาวสวย

    • ลดขนาดปีกจมูกให้เล็กลงเห็นสันแกนจมูกชัดเจนขึ้น

  2. คลายขนาดกล้ามเนื้อที่หดตัวให้เรียบตึงขึ้น

    • รอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว

    • ผิวหนังบริเวณคอ มือ ที่เหี่ยวย่น โบท็อกซ์ช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียนและดูเด็กขึ้น

  3. ลิฟท์กรอบหน้า

    • ยกกระชับใบหน้า ไม่ให้หย่อนคล้อย

    • ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น

  4. ฉีดใต้วงแขน รักแร้

    • ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกน้อยลง

    • ระงับกลิ่นกายได้อีกด้วย

 

ทั้งนี้การฉีดโบท็อกซ์จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นส่วนสำคัญ เพราะถ้าฉีดผิดตำแหน่งอาจเกิดผลข้างเคียงอย่างตาตก ปากเบี้ยวยิ้มไม่ได้ หรือหน้าไม่เท่ากัน

ฉีดโบท็อกซ์ กี่วันถึงจะเห็นผล ?​

1.ลดริ้วรอย จะเห็นผลลัพธ์ที่ 2 สัปดาห์ โดยหลังฉีดไป 3 วันจะเริ่มรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด

2.ลดกราม ลดน่อง จะเห็นผลลัพธ์ที่ 1 เดือน โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 2 ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล

3.รักแร้ ลดกลิ่นกาย จะเห็นผลลัพธ์ที่ 1 เดือน

ฉีดโบท็อกซ์ อยู่ได้นานแค่ไหน ?

 ซึ่งปกติแล้วโบท็อกซ์จะอยู่ได้นาน 4-8 เดือน โดยอายุการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

  1. ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ฉีด หากเลือกโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า เพราะร่างกายจะทำลายโปรตีนที่จับกับโบท็อกซ์ โดยโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนมากกว่าจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนสูง

  2. ตำแหน่งที่ฉีด กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ไหล น่อง จะมีปริมาณเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงกลับมาใช้งานได้เร็ว ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์จึงสั้นกว่า กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น กราม หน้าผาก หางตา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

หลายคนจะมีความกังวลใจว่าเมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์จะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาใหญ่กว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ฉีดไปทำงานลดลง ขนาดกล้ามเนื้อจึงเล็กลง เมื่อหมดฤทธิ์กล้ามเนื้อก็จะกลับมาทำงานเพิ่มขึ้น ขนาดกล้ามเนื้อจะค่อยๆเพิ่มขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้งานมากก็มีโอกาสสูงที่มัดกล้ามเนื้อจะมีขนาดกลับมาเท่าเดิม

ก่อนฉีดโบท็อกซ์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

  1. ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องการอาการฟกช้ำ

  2. งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์

  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด

  4. สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่

  5. ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ฉีดทราบถึงปัญหาที่กังวลและสิ่งที่ต้องการในแต่ละส่วนอย่างชัดเจนก่อนฉีด เนื่องจากความต้องการที่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล เช่น บางท่านชอบให้ตึงมากๆ แต่บางท่านอาจชอบให้ดูเป็นธรรมชาติ แตกต่างกันไป

  6. หากเป็นไปได้ในวันฉีดควรล้างเครื่องสำอางหรือทำความสะอาดใบหน้าก่อนพบแพทย์

Call Center   :   097   130 0335

Open Daily :   10.30 -   18.00

ช่องทางเฟทิสคลินิก

  • face
  • line
  • ig