3020_1.jpg
2268.jpg
0811.jpg
2148.jpg

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก    (Breast Surgery)

หน้าอกจัดเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่สวยงาม ชวนมอง ทรวงอกที่ได้รูปรูป ไม่หย่อนคล้อย ขนาดเหมาะสมกับแต่ละคน ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะได้ความงามนี้จากธรรมชาติ บางคนอาจจะมีหน้าอกที่ไม่เป็นที่พอใจมากนัก เช่น ขนาดเล็กแบนเกินไป หรือแม้แต่ขนาดสองข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองหรือรู้สึกเป็นปมด้อย จึงได้มีการศัลยกรรม"เสริมหน้าอก"เพื่อแก้ปัญหา

Mentor-make-life-more-beautiful-logo-web
motiva-implants-logo.png
logo Sebbin png.png


ผิวซิลิโคน


1. ซิลิโคนผิวเรียบ  (Smooth)

ผิวสัมผัสที่เรียบ ลื่น มีความนิ่มคล้ายความเป็นธรรมชาติเพราะมีเปลือกถุงยางที่บาง   การผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถทำได้ง่าย หลังทำอาจเกิดความบอบซ้ำในการผ่าตัดเพียงเล็กน้อย  มีโอกาสเกิดริ้วบนผิวได้น้อยกว่าเนื้อทราย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อน้อย ผิวบาง


2. ซิลิโคนผิวทราย (Textured) จะมีความหนืดที่จะสามารถยึดกับเนื้อเยื่อได้มากกว่าซึ่งจะทำให้ตำแหน่งของเต้านมนั้นไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารูปทรวงอกที่ผิดปกติ เช่น มีหน้าอกที่กว้างมาก   ซิลิโคนผิวทรายมีโอกาสการเกิดพังผืดน้อยกว่า

 

*ซึ่งการเสริมหน้าอกให้สวยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เพียงผิวของซิลิโคน ควรเลือกให้เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์และมีการเฝ้าระวังและตรวจเช็กหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ

Untitled-1.jpg


รูปทรงของซิลิโคน


1. รูปทรงกลม  จะมีลักษณะกลม ขอบจะโค้งมนดูเข้ารูป ซึ่งซิลิโคนเจลภายในจะเหลวกว่าทรงหยดน้ำ ส่งผลให้เวลานั่งหรือยืนนั้นซิลิโคนเจลของทรงกลมนั้นจะไหลลงไปข้างล่างค่ะ แต่จะกลับคืนตัวในท่านอน ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงกลมนั้นจะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีเนื้อนมอยู่บ้างแต่ต้องการเติมเต็มให้ได้รูปหรือแก้ไขข้อบกพร่อง เช่น หย่อนคล้อย เพิ่มขนาด เป็นต้น
 

2. รูปทรงหยดน้ำ   มีลักษณะเหมือนหยดน้ำที่มีช่วงล่างนูนกว่าช่วงบน ซึ่งซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีหน้าอกน้อย เพราะซิลิโคนทรงหยดน้ำจะให้ความรู้ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าทั้งในเวลาเคลื่อนไหว ตอนเดิน ตอนนั่ง

 


ตำแหน่งการวางซิลิโคน


1. เหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular) 

•    การผ่าตัดทำได้ง่าย มีผลข้างเคียงน้อย และใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการเสริมแบบใต้ กล้ามเนื้อ

•    เจ็บตัวน้อยกว่าในระยะแรก เพราะการขยับกล้ามเนื้อจะไม่ทำให้ถุงซิลิโคน เคลื่อนที่ตามไปด้วย

•    เหมาะกับคนที่หน้าอกสวย เนื้อนมเยอะ ค่อนข้างหย่อนคล้อย ต้องการอกชิดมากขึ้น


2. ใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular)

•    หน้าอกดูนิ่มสวยเป็นธรรมชาติ มองไม่เห็น ขอบ และ คลำไม่โดนผิวของถุงซิลิโคน ไม่ย่น เป็นคลื่น

•    มีโอกาสเกิดพังผืดน้อยกว่า เพราะมีชั้น กล้ามเนื้อ กับไขมันคอยห่อหุ้มไว้ และมีเส้น เลือดมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา

•    เต้านมดูเต่งตึงกระชับ และไม่ค่อยหย่อนยาน เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากมีชั้นกล้ามเนื้อและ ไขมันรองรับอยู่ 

3. Dual Plane เป็นการผสมผสานโดยนำข้อดีของเทคนิค การเสริมหน้าอกในแต่ละแบบเข้ามาอยู่ด้วย กันในวิธีเดียว

• ส่วนบนของซิลิโคนจะถูกบดบังด้วยกล้ามเนื้อ หน้าอก แต่ในขณะเดียวกันส่วนล่างที่โผล่มาจะ อยู่เหนือกล้ามเนื้อ

• ข้างล่างมีความโค้งมน ดูเป็นธรรมชาติมาก ขึ้น ส่วนบนที่จะถูกกล้ามเนื้อหน้าอกบังไว้ทำให้ คลำไม่เจอขอบซิลิโคน

• หน้าอกดูสโลป ชัดเจน มีความสวยงาม และ ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 3    วิธีก็จะมีข้อดีแตกต่างกันไป    อย่างไรก็ตามผู้ป่วยต้องได้รับการพิจารณาจากฐานหน้าอกเดิมโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

1. ใต้ราวนม  การผ่าตัดแผลใต้ราวนมสามารถจัดวางตำแหน่งได้ถูกต้อง เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวรวดเร็ว รวมทั้งใช้เป็นแผลผ่าตัดหลักในกรณีที่ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนซิลิโคน   

2. ใต้รักแร้  กำลังเป็นที่นิยมเอามาก ๆ โดยในหมู่คนไทย เพราะสามารถซ่อนแผลไว้ใต้รักแร้ซึงเป็นจุดซ่อนเร้นได้ แต่อาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าแผลบริเวณอื่น เนื่องจากรอยแผลใกล้กับกล้ามเนื้อแขน

3.รอบปานนม หรือการผ่าตัดบริเวณรอยต่อของผิวสีเข้มและผิวสีอ่อนตรงหัวนมนั่นเอง เป็นการผ่าตัดที่สามารถซ่อนแผลได้ดีที่สุด แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง อาทิ ปานนมต้องมีขนาดกว้างพอ และขนาดของซิลิโคนต้องไม่ใหญ่มากนัก และในบางรายอาจจะมีอาการหัวนมชาหลังการผ่าตัดได้


ตำแหน่งแผลผ่าตัด

1. นอนให้หัวสูง จะช่วยลดบวม

2. นอนหงาย ห้าม นอนคว่ำและนอนตะแคง

เป็นเวลา  3 สัปดาห์

3.หลังทำศัลยกรรมหน้าอก ครบ 3 วัน ให้ปฏิบัติดังนี้

    3.1. แกะแผลล้างทำความสะอาดแผล เช็ด ด้วยน้ำเกลือ และปิดแผ่นกันน้ำ หากมีเลือดซึมให้แกะทำแผลทุกวัน

    3.2 ใส่ support bra สำหรับคนเสริมหน้าอก หรือ sport bra เพื่อพยุงทรงหน้าอก

     และป้องกันซิลิโคนลอย หลังถอดผ้าพันหน้าอกออก เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน 

4. งดทำกิจกรรมอันเป็นการทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อบริเวณส่วนหน้าอก ได้รับความกระทบอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก

เช่น การเดิน, การลุกขึ้น, การนั่งรถ, การออกกำลังกาย, การยกของหนัก เป็นต้น 

5. ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด หากมีอาการแพ้ (ผื่นขึ้นตามตัว หายใจแรง แน่นหน้าอก เป็นต้น) ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที 

6. ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ให้ทานอาหารอ่อนๆ “งดอาหารแสลง และของดิบ อาหารทะเล ทุกชนิด” เช่น ของหมักดอง ปลาร้า หน่อไม้ ปู ผักดอง และไข่ เป็นต้น 

7. งดดื่มแอลกอฮอล์/ สูบบุหรี่ เป็นเวลา 2 เดือน 

8. งดอาบน้ำ3 วัน ให้เช็ดตัวแทนเพื่อทำความสะอาดร่างกายแทน

9. งดออกกำลังกายที่รุนแรง เช่น การวิ่ง กระโดด เล่นเวทหรือว่ายน้ำอย่างน้อย 1 เดือนแรก

10. ทาครีมลดรอยแผลเป็น หลังตัดไหม 

11. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1เดือน


การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

รีวิวศัลยกรรมเสริมหน้าอก