Call Center   :   097   130 0335

Open Daily :   10.30 -   18.00

ช่องทางเฟทิสคลินิก

  • face
  • line
  • ig

ศัลยกรรมหน้าอก

 (Breast Surgery)

ศัลยกรรมหน้าอก    (Breast Surgery)

หน้าอกจัดเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่สวยงาม ชวนมอง ทรวงอกที่ได้รูปรูป ไม่หย่อนคล้อย ขนาดเหมาะสมกับแต่ละคน ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะได้ความงามนี้จากธรรมชาติ บางคนอาจจะมีหน้าอกที่ไม่เป็นที่พอใจมากนัก เช่น ขนาดเล็กแบนเกินไป หรือแม้แต่ขนาดสองข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองหรือรู้สึกเป็นปมด้อย จึงได้มีการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเพื่อแก้ปัญหา

ผิวของซิลิโคน 
1. ซิลิโคนผิวเรียบ  (Smooth) จะเกิดริ้วบนผิวน้อยกว่า มีความนิ่มเมื่อสัมผัสคล้ายหน้าอกธรรมชาติ
2. ซิลิโคนผิวทราย (Textured) จะมีความหนืดที่จะสามารถยึดกับเนื้อเยื่อได้มากกว่าซึ่งจะทำให้ตำแหน่งของเต้านมนั้นไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ

 

*ซึ่งการเสริมหน้าอกให้สวยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เพียงผิวของซิลิโคน ควรเลือกให้เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์และมีการเฝ้าระวังและตรวจเช็กหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ

รูปทรงของซิลิโคน 
1. รูปทรงกลม  จะมีลักษณะกลม ขอบจะโค้งมนดูเข้ารูป ซึ่งซิลิโคนเจลภายในจะเหลวกว่าทรงหยดน้ำ ส่งผลให้เวลานั่งหรือยืนนั้นซิลิโคนเจลของทรงกลมนั้นจะไหลลงไปข้างล่างค่ะ แต่จะกลับคืนตัวในท่านอน ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงกลมนั้นจะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีเนื้อนมอยู่บ้างแต่ต้องการเติมเต็มให้ได้รูปหรือแก้ไขข้อบกพร่อง เช่น หย่อนคล้อย เพิ่มขนาด เป็นต้น
2. รูปทรงหยดน้ำ   มีลักษณะเหมือนหยดน้ำที่มีช่วงล่างนูนกว่าช่วงบน ซึ่งซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีหน้าอกน้อย เพราะซิลิโคนทรงหยดน้ำจะให้ความรู้ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าทั้งในเวลาเคลื่อนไหว ตอนเดิน ตอนนั่ง

 

ตำแหน่งการวางซิลิโคน   
1. เหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular) 

2. ใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular)

ทั้ง 2 วิธีก็จะมีข้อดีแตกต่างกันไป การใส่ซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อจะทำให้หน้าอกนิ่ม พักฟื้นตัวเร็ว กว่าการใส่ใต้กล้ามเนื้อ แต่ในส่วนของการใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อจะลดโอกาสการหย่อนคล้อยของหน้าอก  แต่จะต้องทำการนวดหลังทำบ่อยครั้งกว่าและต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน    ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ต้องได้รับการพิจารณาจากฐานอกเดิมโดยศัลยแพทย์

ตำแหน่งแผลผ่าตัด

1. ใต้ราวนม  การผ่าตัดแผลใต้ราวนมสามารถจัดวางตำแหน่งได้ถูกต้อง เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวรวดเร็ว รวมทั้งใช้เป็นแผลผ่าตัดหลักในกรณีที่ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนซิลิโคน   

2. ใต้รักแร้หรือรอบปานนม การผ่าตัดแผลใต้รักแร้และบริเวณหัวนมจะทำได้ยากกว่า มีการช้ำและเสียเลือดมากกว่า การพักฟื้นใช้เวลานานกว่า 

การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก

1. นอนให้หัวสูง จะช่วยลดบวม

2. นอนหงาย ห้าม นอนคว่ำและนอนตะแคง

เป็นเวลา  3 สัปดาห์

3.หลังทำศัลยกรรมหน้าอก ครบ 3 วัน ให้ปฏิบัติดังนี้

    3.1. แกะแผลล้างทำความสะอาดแผล เช็ด ด้วยน้ำเกลือ และปิดแผ่นกันน้ำ หากมีเลือดซึมให้แกะทำแผลทุกวัน

    3.2 ใส่ support bra สำหรับคนเสริมหน้าอก หรือ sport bra เพื่อพยุงทรงหน้าอก และป้องกันซิลิโคนลอย หลังถอดผ้าพันหน้าอกออก เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน 

4. งดทำกิจกรรมอันเป็นการทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อบริเวณส่วนหน้าอก ได้รับความกระทบอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก

เช่น การเดิน, การลุกขึ้น, การนั่งรถ, การออกกำลังกาย, การยกของหนัก เป็นต้น 

5. ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด หากมีอาการแพ้ (ผื่นขึ้นตามตัว หายใจแรง แน่นหน้าอก เป็นต้น) ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที 

6. ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ให้ทานอาหารอ่อนๆ “งดอาหารแสลง และของดิบ อาหารทะเล ทุกชนิด” เช่น ของหมักดอง ปลาร้า หน่อไม้ ปู ผักดอง และไข่ เป็นต้น 

7. งดดื่มแอลกอฮอล์/ สูบบุหรี่ เป็นเวลา 2 เดือน 

8. งดอาบน้ำ3 วัน ให้เช็ดตัวแทนเพื่อทำความสะอาดร่างกายแทน

9. งดออกกำลังกายที่รุนแรง เช่น การวิ่ง กระโดด เล่นเวทหรือว่ายน้ำอย่างน้อย 1 เดือนแรก

10. ทาครีมลดรอยแผลเป็น หลังตัดไหม 

11. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1เดือน

รีวิวศัลยกรรมเสริมหน้าอก